ต้อหิน(Glaucoma)
ต้อหิน คือโรคของขั้วประสาทตาที่มีเซลล์ตาลดลงทำให้ขั้วประสาทตาเปลี่ยนแปลงในลักษณะแบบต้อหิน ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดจริงว่าต้อหินเกิดได้อย่างไรแต่ทราบแน่ชัดว่าความดันตาที่สูง(IOP) จะทำให้ต้อหินรุนแรงได้และเป็นปัจจัยเสี่ยงเดียวที่เราสามารถแก้ไขและป้องกันโรคต้อหินไม่ให้รุนแรงได้ในปัจจุบัน

(ขอขอบคุณเว็บไซต์ : www.wikipedia.org ที่เอื้อเฟื้อภาพ)
อาการ
ส่วนใหญ่โรคต้อหินเป็นโรคเรื้อรังซึ่งผู้ป่วยมักไม่ทราบในระยะแรกแต่จะทราบเมื่อมีอาการต้อหินรุนแรงแล้วซึ่งการรักษามักได้ผลไม่ดีเท่าระยะเริ่มแรก ดังนั้นการตรวจสุขภาพตาจึงจะทราบโรคต้อหินระยะแรกได้โดยเฉพาะบุคคลที่อายุ 40 ปีขึ้นไปควรตรวจสุขภาพตาทุกปี ส่วนอีกกลุ่มส่วนน้อยคือต้อหินเฉียบพลันผู้ป่วยมีอาการปวดตารุนแรง ร่วมกับตาแดงและพร่ามัวเนื่องจากความดันตาสูงมาก ปัจจัยเสี่ยง อายุมาก กรรมพันธุ์ โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือการใช้ยาหยอดตากลุ่ม สเตียรอย์ดบ่อย รวมทั้งอุบัติเหตุที่ตาและการอักเสบภายในลูกตา

การรักษา
เนื่องจากปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของการเกิดต้อหิน แต่ทราบว่าความดันตาที่สูงทำให้โรคต้อหินรุนแรงขึ้นจึงเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ควบคุมรักษาโรคต้อหิน การลดความดันลูกตาได้แก่ การหยอดยาลดการสร้างหรือ เพิ่มการระบายน้ำภายในตา ( Aqueous humor) ส่วนการรักษาอื่น เช่น แสงเลเซอร์หรือการผ่าตัดอาจใช้ร่วมกับการหยอดยาหรือการหยอดยาเต็มที่ไม่ได้ผลดีหรือช่วยแก้ไขโครงสร้างการไหลเวียนน้ำในตากรณีมีการปิดกั้น เนื่องจากโรคต้อหินเป็นโรคเรื้อรังดังนั้นไม่หายขาดจึงต้องได้รับการตรวจรักษาและปฎิบัติตัวตามคำแนะนำโดยจักษุแพทย์สม่ำเสมออย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้การรักษามีประสิทธิสูงสุดและให้ดวงตาเรามองเห็นอยู่กับเราตลอดชีวิต
ศูนย์รักษาตาท็อปเจริญจักษุ
เรามีเครื่องมือในการตรวจวินิจฉัยต้อหินเริ่มแรกที่ละเอียดตั้งแต่ เครื่องวัดความดันตาแบบลมเป่า เครื่องถ่ายรูปประสาทตา เครื่องวิเคราะห์ความผิดปกติลานสายตา และ เลเซอร์สแกนตรวจความหนาเนื้อประสาทตาแบบ 3 มิติ ( OPTOVUE; 3D-OCT)ที่มีการตรวจวัดที่ละเอียดระดับ 5/1000 มม.ทำให้ผลตรวจน่าเชื่อถือขึ้นในการตรวจหาต้อหินระยะเริ่มต้น